แม้กระแสข่าวการพังทลายของ Stablecoin อย่าง UST จะค่อยๆซาลงไป พร้อมๆกับแผนการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบที่เริ่มมีมากขึ้นเรื่อยๆ นั้น จะเริ่มทำให้ผู้คนตลาด Cryptocurrency คลายกังวลกันขึ้นมาบ้าง

แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า Reaction ที่เกิดขึ้นจากการพังทลายของ Stablecoin ที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 5 ของโลกในช่วงต้นปีนั้น ยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง

จนส่งผลต่อความเชื่อมั่นในระยะยาวของเหล่านักลงทุนรายย่อย และนักลงทุนระดับสถาบันในตลาด Cryptocurrency อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้อีกด้วย

ซึ่งแน่นอนว่าจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทำให้หลายประเทศเริ่มมองเห็นถึงปัญหา และคาดการณ์ถึงผลกระทบจากช่องโหว่ รวมถึงความไม่ชัดเจนของการออก Stablecoin ที่ไม่ได้รับการรับรองจากภาครัฐมากยิ่งขึ้น

ทำให้ล่าสุดสภาสูงของรัฐบาลญี่ปุ่นได้ผ่านร่างกฎหมายฉบับใหม่ ที่จะเป็นการสร้างกรอบการกำกับดูแล และบ่งบอกถึงสถานะทางกฎหมายของเหล่า Stablecoin 

ซึ่งได้ระบุว่า ห้ามไม่ให้สถาบันทางการเงินที่ไม่ใช่ ธนาคารที่ได้รับใบอนุญาต, ตัวแทนการโอนเงินระหว่างประเทศที่ได้รับใบอนุญาต และ Trust companies ในญี่ปุ่น ทำออกเหรียญ Stablecoin ขึ้น

เนื่องจาก Stablecoin จำเป็นจะต้องรักษาเสถียรภาพของราคา โดยราคาของ Stablecoin ที่สร้างขึ้นจะต้องผูกติดกับสกุลเงินเยน หรือสินทรัพย์ที่สามารถชำระหนี้ได้ตามกฎหมาย และมีรับประกันว่าผู้ถือสิทธิ์สามารถไถ่ถอนได้ตามมูลค่าที่ตราไว้

จึงทำให้มูลค่าตลาดของ Stablecoin นั้น ต้องตรงกับมูลค่าสินทรัพย์ที่ทางสถาบันการเงินครอบครองไว้นั่นเอง ซึ่งต้องสามารถตรวจสอบได้อย่างโปร่งใสอีกด้วย

โดยได้มีการเปิดเผยจาก หน่วยงานบริการทางการเงินของญี่ปุ่น หรือ FSA ว่า หลังจากที่ผ่านร่างแล้ว กฎระเบียบที่จะใช้ควบคุมผู้ออก Stablecoin นั้น จะทำการเปิดเผยรายละเอียดฉบับเต็มในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า และร่างกฎหมายดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้ในปี 2023 อีกด้วย

แต่อย่างไรก็ตาม กฎหมายฉบับนี้ไม่ได้กล่าวถึงการปราบปราม หรือแบน Stablecoin ที่ออกโดยบริษัทในต่างประเทศ อย่าง Tether หรือ Stablecoin เหรียญอื่นๆที่มีลักษณะคล้ายคลึงกันแต่อย่างใด

จึงทำให้เราต้องติดตามข่าวสารกันอย่างใกล้ชิดว่า เนื้อหาฉบับเต็มที่จะถูกเปิดเผยออกมานั้นจะมีข้อเกี่ยวข้องกับ Stablecoin เหรียญอื่นด้วยหรือไม่ และการนำมาใช้จริงจะออกมาในรูปแบบใด

By
Juzo Megure

If you don’t believe it or don’t get it, I don’t have the time to try to convince you, sorry.

More from writer

บทความอื่น ๆ ที่คุณอาจสนใจ

บทความอื่น ๆ ที่คุณอาจสนใจ