ในปัจจุบันแม้สถานการณ์การเมืองโลกจะยังคงทวีความรุนแรงขึ้นอย่างมาก ซึ่งอาจส่งผลต่อการเมืองและเศรษฐกิจในวงกว้าง

ไม่ว่าจะเป็นสงครามยูเครนกับรัสเซียที่ต้องติดตามอย่างต่อเนื่อง หรือจะเป็นการร่วมกลุ่มต่อสู้เพื่อต่อต้านประรัฐประหารภายในของพม่า

แต่ถ้าหากหันกลับมามองที่ตลาด Cryptocurrency และอุตสาหกรรม Blockchain แล้วนั้น มันกลับกลายเป็นว่า ผลิตภัณฑ์ต่างๆในอุตสาหกรรม เริ่มถูกนำไปใช้ในการแก้ปัญหาทางการเงิน ที่เกิดขึ้นจากวิกฤตการณ์ทางการเมืองต่างๆมากขึ้น

อาทิเช่น การระดมทุนผ่าน Cryptocurrency เพื่อช่วยเหลือและบริจาคให้กับชาวยูเครนเป็นจำนวนหลายพันล้านบาทไทย หรือจะเป็นการที่รัฐบาลกลุ่มต่อต้านการรัฐประหารในพม่าประกาศยอมรับ Tether หรือ USDT เพื่อใช้เป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยน

โดยในวันนี้เราจะมากล่าวถึงอีกหนึ่งประเทศที่เกิดการยึดอำนาจจากกลุ่มตาลีบัน จนเกิดความขัดแย้งทางการเมือง และส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจอย่างหนัก ซึ่งทำให้หลายประเทศทำการคว่ำบาตร อย่าง อัฟกานิสถาน นั่นเอง

โดยหลังจากการยึดอำนาจของกลุ่มตาลีบัน ส่งผลให้ระบบเศรษฐกิจ และการเงินของประเทศกำลังจะล่มสลาย เนื่องจากผู้คนส่วนใหญ่ได้รับการอนุญาตในถอนเงินจากธนาคารได้เพียงแค่สัปดาห์ละ $400 หรือประมาณ 13,400 บาทเท่านั้น

ทำให้การบริโภคในประเทศลดลงอย่างมาก จนรายได้ประชากรลดลงตามมา ซึ่งได้มีการเปิดเผยจาก UN ว่า ในปัจจุบัน ผู้คนกว่า 95% ในอัฟกานิสถานนั้นมีอาหารไม่เพียงพอต่อการบริโภค

ทำให้ล่าสุดได้มีการเปิดเผยจากคุณ คุณ Habibullah Timori ผู้ก่อตั้งบริษัท Maihan โบรกเกอร์ Cryptocurrency ที่ใหญ่ที่สุดหนึ่งในหกแห่งของประเทศอัฟกานิสถาน ว่า 

แม้ในอดีตเมื่อประเทศเกิดวิกฤตการณ์ทางการเมือง ประชาชนส่วนใหญ่จะทำการถอนเงิน และเก็บเงินสดไว้ใต้หมอน แต่ในปัจจุบันจากการที่ Cryptocurrency ได้รับความนิยมมากขึ้น ส่งผลให้ในตอนนี้ผู้คนจำนวนมากในอัฟกานิสถานเลือกทำการเปลี่ยนเงินสดเป็น Cryptocurrency มากขึ้น

โดยได้มีการเปิดเผยเพิ่มเติมว่า ในปัจจุบัน Maihan ของเขานั้น สามารถจัดการธุรกรรม Crypto ได้ประมาณ 400,000 ดอลลาร์ หรือประมาณ 13.2 ล้านบาทในแต่ละสัปดาห์

ซึ่งลูกค้าส่วนใหญ่ที่ต้องการแลกเปลี่ยนเงินเป็น Cryptocurrency กับทาง Maihan นั้น ไม่ได้ต้องการซื้อ Bitcoin แต่อย่างใด เพราะ พวกเขาต้องการแลกเปลี่ยนเป็น Stablecoins ที่ออกแบบมาเพื่อรักษามูลค่าไว้นั่นเอง

อย่างไรก็ตาม แม้การแลกเปลี่ยนจะสูงขึ้นแต่ก็เริ่มมีหลายฝ่ายตั้งคำถามว่า กลุ่มตาลีบันจะออกมาทำการควบคุมด้วยการใช้กฎ Theocracy ซึ่งเป็นหนึ่งในการตีความทางศาสนาอิสลามที่เข้มงวดที่สุดในโลกเพื่อทำการตีความ Cryptocurrency อย่างไร หรือจะทำการแบบเมื่อใด

เนื่องจากอีกหนึ่งประเทศอิสลามอย่าง อินโดนีเซีย ได้ประกาศว่าสกุลเงินดิจิทัลเป็นสิ่งต้องห้ามสำหรับชาวมุสลิม เพราะมีองค์ประกอบของความไม่แน่นอน เช่นการเดิมพัน และความเสี่ยง ซึ่งการพนันเป็นสิ่งที่ศาสนาอิสลามห้ามทำโดยเด็ดขาด

จึงทำให้มีโอกาสสูงมากที่ Cryptocurrency จะถูกแบนในอนาคต เพราะผิดหลักการของอิสลามนั่นเอง และเราคงยังต้องติดตามกันต่อไป

By
Juzo Megure

If you don’t believe it or don’t get it, I don’t have the time to try to convince you, sorry.

More from writer

บทความอื่น ๆ ที่คุณอาจสนใจ

บทความอื่น ๆ ที่คุณอาจสนใจ