คำว่า ช้อนแล้วช้อนอีก ช้อนจนหมดเนื้อหมดตัว แต่ก็ยังไม่ขึ้น นั้น คงเป็นคำที่เหมาะสมมากที่สุดสำหรับการเปิดตลาดในสัปดาห์นี้ เนื่องจากราคาของสินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลกพากันดิ่งลงเหวอย่างต่อเนื่อง 

โดยเป็นผลมาจากในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา สหรัฐอเมริกาได้มีการประกาศค่า CPI หรือดัชนีราคาผู้บริโภค ซึ่งเป็นดัชนีที่สะท้อนถึงอัตราเงินเฟ้อนั้น เพิ่มสูงขึ้น จนส่งผลให้อัตราเงินเฟ้อของสหรัฐพุ่งขึ้นสูงสุดในรอบ 40 ปี ที่ 8.6%

และแม้ว่าต้นตอของปัญหาเงินเฟ้อที่พุ่งสูงขึ้นนั้น จะเป็นผลกระทบมาจาก สงครามรัสเซีย-ยูเครน ที่ส่งผลให้ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้นอย่างรุนแรง จนส่งผลต้นทุนในการผลิตสินค้าสูงขึ้น และทำให้ราคาข้าวของต่างแพงขึ้น 

แต่เมื่อปัญหาที่เกิดขึ้นเริ่มส่งผลต่ออัตราแลกเปลี่ยนและปริมาณเงินนั้น ธนาคารกลางสหรัฐ หรือ FED ซึ่งเป็นเสมือนพี่ใหญ่ของทุกสถาบันการเงิน จำเป็นต้องเข้ามามีส่วนร่วมในการรักษาสมดุลไว้ ด้วยการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างรวดเร็ว เพื่อลดอัตราเงินเฟ้อพี่บ้าคลั่งให้ต่ำลงนั่นเอง

แต่อย่างไรก็ตาม เนื่องจากเงินเฟ้อที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ ไม่ได้เกิดขึ้นจากการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ร้อนแรงแต่อย่างใด มันจึงเป็นเสมือนการตอกย้ำซ้ำเติมปัญหา ให้เศรษฐกิจทั่วโลกพากันเข้าสู่สภาพโคม่ากันเช้าไปอีก

จนทำให้นักวิเคราะห์หลายฝ่ายต่างออกมาแสดงถึงความกังวลว่า FED อาจจะไม่สามารถความสมดุลทางเศรษฐกิจ และอัตราเงินเฟ้อได้อีกต่อไปแล้ว และวิกฤตการณ์ มันพึ่งจะเริ่มต้นก็เท่านั้น

ซึ่งส่งผลให้ความกังวล และความกลัวของเหล่านักลงทุนรายย่อยไปจนถึงระดับสถาบัน ที่สะท้อนออกมาผ่าน Crypto Fear & Greed Index นั้น เพิ่มขึ้นถึงขีดสุด

โดยค่า Crypto Fear & Greed Index นั้นอยู่ในระดับ Extreme Fear ที่หลักหน่วยอีกครั้ง จนส่งผลให้ราคาของ Cryptocurrency พากันดิ่งลงเหวอย่างต่อเนื่อง

ไม่ว่าจะเป็นพี่ใหญ่อย่าง Bitcoin ที่ดิ่งลงกว่า 12.5% ที่ราคา $24,000 หรือประมาณ 8.36 แสนบาท ซึ่งถือได้ว่าเป็นจุดต่ำสุดในรอบ 18 เดือน

หรือจะเป็น Ethereum ที่ร่วงลงกว่า 15.12% ที่ราคาประมาณ 4.3 หมื่นบาท และเหรียญมีมยอดนิยมอย่าง DOGE ก็ได้ร่วงลงมากว่า 16.6% เช่นเดียวกัน

แน่นอนว่าจากราคาที่ร่วงหล่นลงของตลาด Cryptocurrency ตลาดหุ้น และเศรษฐกิจที่แทบจะไปต่อไม่ได้แล้วนั้น ทำให้มีนักวิเคราะห์อีกจำนวนไม่น้อยได้ออกมากล่าวว่า 

การลงทุนนับตั้งแต่บัดนี้ จะเป็นช่วงเวลาที่ไม่ง่ายเลย เพราะแม้ว่าคุณจะไม่ลงทุนในอะไรเลย ด้วยการถือเงินสดเพียงอย่างเดียว มันก็เสี่ยงอยู่ดี การรอจังหวะในการซื้อขาย เพื่อเก็บสะสมสินทรัพย์ที่ดี ในราคาที่ถูกนั้น จึงเป็นโอกาสที่สำคัญมากๆ

และสำหรับในตลาด Cryptocurrency แล้ว มีนักวิชาการเป็นจำนวนไม่น้อยได้ออกมาคาดการณ์ว่า วงจรขาขึ้นของตลาด Crypto ครั้งต่อไปนั้น จะเริ่มต้นขึ้นในไตรมาสที่ 4 ของปีนี้ และ Bitcoin จะเริ่มมีการเติบโตที่แยกตัวออกจากการเคลื่อนไหวของหุ้น จนกลายมาเป็นผู้นำตลาดในที่สุด ซึ่งทำให้เราต้องติดตามกันอย่างใกล้ชิด

By
Juzo Megure

If you don’t believe it or don’t get it, I don’t have the time to try to convince you, sorry.

More from writer

บทความอื่น ๆ ที่คุณอาจสนใจ

บทความอื่น ๆ ที่คุณอาจสนใจ