Uniswap101

แพลตฟอร์ม Decentralized Exchange (DEX) สำหรับแลกเปลี่ยนเหรียญ ดิจิทัล ที่ใช้มาตรฐาน ERC20
Latest Update:
July 18, 2022
Legal Name:
Uniswap
Headquarters Regions:
United States of America
Company Size:
35
Founded Date:
2018
Founders:
Information
Founders
Roadmap
Tokenomics
Partnerships
Summary

Information

Uniswap คือแพลตฟอร์ม Decentralized Exchange (DEX) สำหรับแลกเปลี่ยนเหรียญ ดิจิทัล ที่ใช้มาตรฐาน ERC20 โดย Uniswap ถูกสร้างขึ้นบนบล็อกเชน Ethereum และใช้ Smart Contract ในการแลกเปลี่ยนเหรียญจึงเกิดขึ้นได้โดยไม่จำเป็นต้องผ่านตัวกลาง จึงมีค่าธรรมเนียม 0.3% ของมูลค่าการแลกเปลี่ยนและจะถูกนำค่าธรรมเนียมนั้นมาจ่ายให้กับผู้ใช้งานที่ฝากสภาพคล่องแก่ Uniswap

นอกจากนี้ ผู้ใช้ยังสามารถจ่ายเหรียญให้กับแพลตฟอร์ม Uniswap เพื่อช่วยเรื่องสภาพคล่อง ให้กับแพลตฟอร์มได้ โดยผู้ใช้จะได้รับค่าคอมมิชชั่นเป็นค่าธรรมเนียมจากการแลกเปลี่ยนเหรียญนั่นเอง


ซึ่งก่อนที่เราจะเล่าถึงเนื้อหาของ Dex มูลค่าธุรกรรมสูงสุดอันดับที่ 2 ของตลาดนั้นเรามาทำความเข้าใจ กันว่า Centralized Exchange กับ Decentralized Exchange นั้นแตกต่างกันอย่างไร


  • Centralized Cryptocurrency Exchange หรือตลาดแบบผ่านคนกลาง 


เป็นตลาดการซื้อขายสินทรัพย์ที่เท่าที่นักเทรดคุ้นหูคุ้นตากันเป็นอย่างดี ลักษณะการทำงานเหมือน กับเป็นตลาดที่มีพื้นที่สำหรับขายของให้ผู้คนไปเปิดออเดอร์ซื้อขายได้โดย Exchange ประเภทนี้เปรียบ เสมือน Server ตัวกลางในการให้บริการซึ่งมาพร้อมกับการยืนยันตัวตนอย่าง KYC อีกทั้งทางผู้ใช้ต้อง ทำการฝากยอดเงินหรือเหรียญต่าง ๆ เข้าไปในบัญชีของแพลตฟอร์มเทรดนั้น ๆ เพื่อเริ่มการเทรด

ตัวอย่างเช่น : Coinbase , Binance , Bitkub , Satang


  • Decentralized Cryptocurrency Exchange หรือตลาดแบบไม่ผ่านคนกลาง


ตลาดการซื้อขายที่ไร้ตัวกลางทาง Exchange เปรียบเสมือนตัวกลางที่จะทำการซื้อขายแลก เปลี่ยนปิดออเดอร์ให้กับผู้ใช้โดยอัตโนมัติโดยที่ผู้ใช้จะสามารถทำการซื้อขายได้โดยที่ไม่ต้องมีการ สมัครหรือ KYC ใด ๆ ทั้งสิ้น


ตัวอย่างเช่น : Uniswap , Sushiswap , Pancakeswap


หลังจากที่รู้ความหมายของ Exchange ทั้ง 2 แบบเรามาดูข้อแตกต่างซึ่งคนที่พึ่งเข้าวงการคริปโตควรรู้และเข้าใจกันครับ


  1. Private key - ทาง Centralized Exchange (CEX) แล้วผู้ใช้ไม่จำเป็นต้องถือ Private Key เอง มีเพียงแค่รหัสผ่านในการเข้าใช้  ลักษณะคล้ายกับการบริการของธนาคาร  โดยมากแล้วไม่ว่าจะเป็น Centralized Exchange แบบ Local หรือ Global ทางผู้ให้บริการมักจะขอความร่วมมือกับผู้ใช้งานให้ทำการยืนยันตัวตนเพื่อสิทธิพิเศษที่มากขึ้น หรือแม้กระทั่งเพื่อการอนุมัติวงเงินการซื้อขายที่สูงขึ้น


ในทางกลับกัน Decentralized Exchange (DEX) ตลาดการซื้อขายที่ไร้ตัวกลาง ทาง Exchange เปรียบเสมือนตัวกลางที่จะทำการซื้อขายแลกเปลี่ยนปิดออเดอร์ให้กับผู้ใช้โดยอัตโนมัติ  โดยที่ผู้ใช้จะสามารถทำการซื้อขายได้โดยที่ไม่ต้องมีการสมัครหรือ KYC ใด ๆ ทั้งสิ้น


  1. Wallet - ใน DEX สิ่งที่เกิดขึ้นนั้นเป็นเพียงแค่การนำ wallet ส่วนตัวที่มีเหรียญต่าง ๆ อยู่ในนั้นไปเชื่อมต่อกับ Decentralized Exchange เหล่านี้ก่อนที่จะเลือกซื้อขายเปลี่ยนได้ทันที  โดยทางเว็บไซต์จะโชว์ยอดเหรียญและราคาที่ผู้ใช้ท่านอื่นนำมาตั้งราคาไว้  โดยมากแล้วราคาจะไม่มีการโชว์ให้ผู้ใช้แบบเรียงจากยอดน้อยไปมากให้ค้นหาง่าย ๆ แบบ Centralized Exchange ทั่วไป (Uniswap จะไม่โชว์เลย  จะโชว์แค่เพียงราคาที่ดีที่สุด ณ ตอนนั้นเท่านั้น)


ส่วนใน CEX จะ ยังใช้ความเข้มงวดมาก ข้อบังคับ KYC. แม้ว่าสิ่งนี้อาจถูกโต้แย้งว่าเป็นสิ่งที่ไม่ดี (เราจะไปถึงเรื่องนั้นในภายหลัง) แต่มันก็น่าทึ่งมากสำหรับคนเหล่านั้นที่ต้องการได้รับการการันตี โอกาสในการซื้อขายที่ยุติธรรม, และ ความปลอดภัยของทรัพย์สิน


  • KYC ย่อมาจากคำว่า Know Your Customer คือ กระบวนการในการทำความรู้จักลูกค้าที่สามารถระบุตัวตน (Identification) และพิสูจน์ตัวตน (Verification) ได้อย่างถูกต้องซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ พ.ร.บ. ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน โดย บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) ซึ่งถือเป็นสถาบันการเงิน ต้องดำเนินการตรวจสอบข้อมูลต่างๆ


  1. ความหลากหลายของประเภทเหรียญใน Exchange - จุดอ่อนใหญ่ ๆ ของ Exchange ประเภท DEX ก็คือความหลากหลายของประเภทเหรียญที่เทรดได้ มีค่อนข้างน้อย ยกตัวอย่างเช่น Decentralized Exchange ส่วนมากนั้นจะรันอยู่บนระบบบล็อกเชนของ Ethereum (ERC-20) ดังนั้นหากต้องการเทรดเหรียญอื่นที่อยู่บนบล็อกเชนอื่นเช่น BTC, TRX , XLM จึงเป็นไปไม่ได้


  1. ปริมาณและสภาพคล่องของ Exchange - โดยความยุ่งยากในการใช้งาน  ทำให้นักเทรดส่วนใหญ่จึงมองข้ามการเทรดใน ตลาดนี้และไปใช้บริการ CEX ทั้งหลายแทน  ซึ่งสิ่งนี้ได้ส่งผลต่อเนื่องให้สภาพคล่องของตลาดหรือ Volume การเทรดในตลาดประเภทนี้ไม่สูงนัก ตัวอย่างเช่น สภาพคล่องของ Dex นั้นต่ำมาก Uniswap ที่เป็น Dex ที่มีปริมาณซื้อขายมากที่สุดอันดับที่ 2 ยังอยู่ที่ 6 ล้านดอลลาร์ต่อวัน ในขณะที่ Binanceซึ่งเป็น CEX มีปริมาณซื้อขายอยู่ที่ 4 พันล้านดอลลาร์ต่อวัน




1.Uniswap ทำงานยังไง?

1.1 An automated market-making DEX 


‘AMM’ เป็นการทำงานของ สัญญาอัจฉริยะที่ดำเนินการอยู่บน Ethereum บล็อคเชน โดยทำหน้าที่จับคู่แลกเปลี่ยนสินทรัพย์ดิจิทัล ERC-20 โทเค็นที่อยู่ใน Liquidity pools โดยไม่ต้องอาศัยระบบส่วนกลางและมนุษย์ในการควบคุมการทำงาน 


  • Liquidity Pools

Liquidity Pools (LP) คือ คลังสินทรัพย์ในการทำงานของ decentralized exchanges ที่ทำงานด้วยระบบ AMMs แทนการใช้ order books แบบเดิม แทนการใช้การจับคู่ โดย market maker ซึ่ง Liquidity pools จะรับประกันสภาพคล่องของสินทรัพย์ระหว่างผู้ที่เข้าร่วมในตลาดนี้ โดยไม่ได้ขึ้นกับคนที่เข้ามาทำรายการ order books เหมือนในระบบเก่า



ศึกษาพื้นฐานของ Ethereum บล็อคเชนได้ที่ ลิ้ง



Source: Unis  wap.

ทาง Uniswap จะประกอบไปด้วย 3 ส่วนหลักดังนี้

How are prices moving in Uniswap?
  1. Liquidity Providers (“LP”) คือคนที่มาเพิ่มสินทรัพย์ดิจิทัลที่ถูกฝากเหรียญคริปโทเคอร์เรนซี่ไว้ในระบบ Liquidity pool โดยตัวของ Liquidity Provider จะได้รับผลตอบแทนประเภท ‘ดอกเบี้ย’ (Liquidity shares) ในรูปแบบของเหรียญที่เรียกว่า ‘Pool Tokens’

Pool tokens - โทเค็นนี้สามารถแลกเป็นส่วนแบ่งของค่าธรรมเนียมการซื้อขาย Uniswap เรียกเก็บค่าธรรมเนียม 0.3% ของผู้ใช้สำหรับการซื้อขายทุกครั้งที่เกิดขึ้นบนแพลตฟอร์มและส่งไปยังเงินสำรองสภาพคล่องโดยอัตโนมัติ เมื่อใดก็ตามที่ผู้ให้บริการสภาพคล่องตัดสินใจที่จะถอนตัว พวกเขาจะได้รับเงินส่วนหนึ่งของค่าธรรมเนียมทั้งหมดจากทุนสำรองเทียบกับจำนวนเงินที่วางใน Pool นั้น

 

  1. Traders เป็นอีกหนึ่งเหตุผลหลักที่ Uniswap ได้รับความนิยมอย่างสูงคือเป็นที่ๆสามารถให้ใครก็ได้มาสับเปลี่ยนสกุลเงินโดยมีสภาพคล่องที่ตอบโจทย์การทำงาน ตัวอย่างเช่น : นาย A ต้องการแลกเปลี่ยน สกุลเงิน KNC เป็น USDT โดยนาย A จะต้องจ่ายค่าทำเนียมธุรกรรม (Swap fee) ส่วนเหรีญ KNC นั้นจะถูกเพิ่มเข้าไปใน Reserve Pool (KNC/USDT)

 

  1. Arbitrageurs หรือ นักค้ากำไรเป็นองค์ประกอบสำคัญของ Uniswap เลยก็ว่าได้ นักเทรดเหล่านี้จะมีความเชี่ยวชาญในการค้นหาความคลาดเคลื่อนของราคาในการแลกเปลี่ยนหลายรายการและใช้เพื่อรักษาผลกำไร ตัวอย่างเช่นหากซื้อขาย Bitcoin บน Kraken ในราคา 35,500 ดอลลาร์และ Binance ที่ 35,450 ดอลลาร์ คุณสามารถซื้อ Bitcoin บน Binance และขายบน Kraken เพื่อรับผลกำไรได้อย่างง่ายดาย หากซื้อขายในจำนวนที่มาก ก็เป็นไปได้ที่จะทำกำไรจำนวนมากโดยมีความเสี่ยงค่อนข้างต่ำ

1.2 ค่าทำเนียม และ การกำหนดราคาโทเค็น

ผู้ใช้ Uniswap มีกองทุนที่เกิดจากการรวมเงินกัน ที่ใช้ในการดำเนินการซื้อขายทั้งหมดที่เกิดขึ้นบนแพลตฟอร์ม โทเค็นแต่ละรายการที่อยู่ในรายการจะมี Pool ของตัวเองที่ผู้ใช้สามารถมีส่วนร่วมได้และราคาของโทเค็นแต่ละรายการจะคำนวณโดยใช้อัลกอริทึมทางคณิตศาสตร์ที่ดำเนินการโดยคอมพิวเตอร์ ด้วยระบบนี้ผู้ซื้อหรือผู้ขายไม่ต้องรออีกฝ่ายเพื่อทำการซื้อขาย แต่พวกเขาสามารถทำการซื้อขายได้ทันทีในราคาที่แสดง ซึ่งหากมีสภาพคล่องเพียงพอก็จะทำการซื้อขายได้สะดวกขึ้น 


เพื่อแลกกับการวางเงินทุน, Liquidity Pool แต่ละอันจะได้รับโทเค็นที่มีส่วนช่วยในการวางเงินใน Pool ตัวอย่างเช่นหากคุณบริจาค 10,000 ดอลลาร์ให้กับกลุ่มสภาพคล่องที่ถือครองทั้งหมด 100,000 ดอลลาร์ คุณจะได้รับโทเค็น 10% ของ Pool นั้น โทเค็นนี้สามารถแลกเป็นส่วนแบ่งของค่าธรรมเนียมการซื้อขาย Uniswap เรียกเก็บค่าธรรมเนียม 0.30%   Bnb ของผู้ใช้สำหรับการซื้อขายทุกครั้งที่เกิดขึ้นบนแพลตฟอร์มและส่งไปยังเงินสำรองสภาพคล่องโดยอัตโนมัติ เมื่อใดก็ตามที่ผู้ให้บริการสภาพคล่องตัดสินใจที่จะถอนตัว พวกเขาจะได้รับเงินส่วนหนึ่งของค่าธรรมเนียมทั้งหมดจากทุนสำรองเทียบกับจำนวนเงินที่วางใน Pool นั้น

AMM Uniswap description

แล้วราคาโทเค็น หรือค่า K นั้นเกิดขึ้นได้ยังไง?


สำหรับการปรับราคาของสินทรัพย์ตามอุปสงค์และอุปทานนั้น ใช้สมการทางคณิตศาสตร์ที่ใช้มายาวนาน มันทำงานโดยการเพิ่มและลดราคาของเหรียญซึ่งขึ้นอยู่กับอัตราส่วนของจำนวนเหรียญที่มีอยู่ใน Pool นั้นตามลำดับ


สิ่งสำคัญคือต้องทราบว่าเมื่อใดก็ตามที่มีคนเพิ่มโทเค็น ERC-20 ใหม่ให้กับ Uniswap บุคคลนั้นจะต้องเพิ่มโทเค็น ERC-20 ที่เลือกจำนวนหนึ่งและโทเค็น ERC-20 อีกจำนวนหนึ่งเท่ากันเพื่อเริ่มต้นกลุ่มสภาพคล่อง สมการในการหาราคาของโทเค็นแต่ละอันคือ x*y = k โดยที่จำนวนโทเค็น A คือ x และจำนวนโทเค็น B คือ y ส่วน K คือค่าคงที่หรือที่เรียกว่าตัวเลขที่ไม่เปลี่ยนแปลง


ตัวอย่างเช่นนาย A ต้องการแลกเปลี่ยน Chainlink (LINK) สำหรับ Ether โดยใช้ Uniswap LINK / ETH pool คุณบ๊อบ เพิ่ม LINK จำนวนมากลงใน Pool ซึ่งจะเพิ่มอัตราส่วนของ LINK ใน Pool ต่อ Ehter เนื่องจากค่า K จะต้องคงเดิม จึงหมายความว่าต้นทุนของ Ether จะเพิ่มขึ้นในขณะที่ต้นทุนของ LINK ใน Pool นั้นลดลง ดังนั้นยิ่งนาย A เพิ่มสกุลเงิน LINK เข้าไปมากเท่าไหร่เขาก็จะได้รับ Ether น้อยลงเนื่องจากราคาของมันเพิ่มขึ้น สภาพคล่องของ Pool ยังเป็นตัวกำหนดว่าราคาของโทเค็นจะเปลี่ยนแปลงไปมากน้อยแค่ไหนในระหว่างการซื้อขาย ยิ่งมีเงินหรือสภาพคล่องมากเท่าไหร่ก็ยิ่งง่ายต่อการทำการซื้อขายโดยไม่ทำให้ราคาเปลี่ยนแปลงมากนัก


1.3 ความแตกต่างกับโมเดล ‘Orderbook’

ปัจจุบัน Exchange ส่วนใหญ่นั้นจะทำงานผ่านกระบวนการที่ชื่อว่า ‘Order book model’ ซึ่งก็คือรายการอิเล็กทรอนิกส์ของ Buy Order และ Sell Order สำหรับสินทรัพย์เฉพาะที่จัดตามระดับราคา ในที่นี้ Order Book จะแสดงให้เห็นถึงความสนใจของผู้ซื้อและผู้ขายในตลาด เนื่องจาก Order Book แสดงถึงการเชื่อมต่อแบบไดนามิกระหว่างผู้ซื้อและผู้ขายโดยการแสดงภาพรายการ Order ที่คงค้างสำหรับสินทรัพย์เฉพาะในแบบเรียลไทม์ สรุปก็คือการกำหนดราคาตามความต้องการของตลาดนั้นเอง ตัวอย่างเช่น Binance Bitkub เป็นต้น


ปัญหาหลักของระบบดังกล่าวคือสภาพคล่อง ในกรณีดังกล่าวสภาพคล่องหมายถึง depth และ volume ใน Order book ในเวลาใดก็ตาม ถ้าสภาพคล่องต่ำหมายความว่าผู้ค้าอาจจะไม่สามารถที่จะทำการซื้อขายได้สำเร็จ 


ในทางกลับกัน Decentralized Exchange อย่าง Uniswap ที่ใช้วิธี ‘Liquidity Pool’ในการกำหนดราคาเหรียญนั้นมีโปรโตคอลสภาพคล่องอัตโนมัติ ด้วยระบบนี้ผู้ซื้อหรือผู้ขายไม่ต้องรออีกฝ่ายเพื่อทำการซื้อขาย แต่พวกเขาสามารถทำการซื้อขายได้ทันทีในราคาที่แสดง ซึ่งหากมีสภาพคล่องเพียงพอก็จะทำการซื้อขายได้สะดวกยิ่งขึ้น 

liquidity pools on Uniswap

Source: Uniswap.

คอนเซ็ปท์การควบคุมราคา


ในทางเศรษฐศาสตร์แล้วยิ่งเพิ่มสภาพคล่องให้กับระบบก็ยิ่งลด Slippage Area ของราคาโดยจากการกำหนดราคาที่มาจาก Ratio ของจำนวนเหรียญนั้นอาจจะนำไปสู่ราคาที่มีความผันแปรสูง ตัวอย่างเช่น เทรดเดอร์ A ต้องการทำธุรกรรมในการแลกเปลี่ยนจาก KNC เป็น DAI ส่งผลมีความเปลี่ยนแปลงในส่วนของจำนวน Reserves และ ราคา ‘Pool Price’ เหตุการณ์นี้อาจจะทำให้ราคาโทเค็นนั้นต่ำเกินกว่าตลาด เป็นที่มาของ Arbitrageurs หรือ นักค้ากำไร ที่จะคอยซื้อเหรียญในส่วนต่างเพื่อที่จะได้ไปขายใน Exchange อื่นๆ ทำให้จนท้ายที่สุดแล้วราคานั้นกลับมาสมดุลย์กับตลาดนั้นเอง


  • Slippage Area คือ ช่องว่างความแตกต่างระหว่างราคาที่คาดหวังในการซื้อขายสินทรัพย์นั้น กับราคาจริงที่เกิดขึ้นระหว่างการทำธุรกรรม ซึ่งเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นได้ปรกติตามช่วงเวลาหากสินทรัพย์นั้นในตลาดมีความต้องการสูง ในระหว่างช่วงเวลาที่กำลังทำธุรกรรม อาจจะเกิดการเปลี่ยนแปลงของราคาได้ หลายแพตฟอร์มพยายามทำให้สูงสุดของการเกิด slippage มีค่าน้อยลง ทำให้การซื้อขายสินทรัพย์นั้น จะได้ราคาที่ใกล้เคียงกับราคาที่คาดหวังไว้มากที่สุด

Community

คอมมูนิตี้ของทาง Uniswap ประกอบไปด้วย 3 ช่องทางหลักได้แก่

Discord : https://discord.com/invite/FCfyBSbCU5 

Twitter : https://twitter.com/Uniswap

Reddit : https://www.reddit.com/r/UniSwap/

Founders

คุณ Hayden Adams ทำงานในโครงการต่าง ๆ ในขณะที่ทำการสรุปเกี่ยวกับ Uniswap และงานของเขาได้การรายงานโดยตรงจากผู้สร้าง Ethereum อย่าง คุณ Vitalik Buterin โดยคุณ Vitalik Buterin ลงเอยด้วยการได้ตั้งชื่อโปรโตคอลที่เดิมเรียกว่า Unipeg


คุณ Hayden Adams ยังกล่าวอีกว่าแรงบันดาลใจเดิมสำหรับแพลตฟอร์ม Uniswap นั้นมาจากหนึ่งในบล็อกโพสต์ของคุณ Vitalik Buterin ความคิดเดิมของเขาที่มุ่งเน้นไปที่ Ethereum ซึ่งเกิดขึ้นหลังจากเพื่อนเกลี้ยกล่อมให้เขาเริ่มค้นคว้าและทำความเข้าใจโปรโตคอลในปี 2017


LinkedIn

Roadmap

Uniswap Whitepaper

ปัจจุบันมีทั้งหมด 3 “Whitepaper ที่มีการประกาศอย่างเป็นทางการโดยในส่วนนี้ของบทความเราจะพาผู้อ่านมาเข้าใจบทสรุปของแต่ Version กันครับ


Version 1 : https://docs.uniswap.org/protocol/V1/introduction

Version 2 : https://uniswap.org/whitepaper.pdf

Version 3 : https://uniswap.org/whitepaper-v3.pdf

V1



Uniswapเป็นโปรโตคอลสภาพคล่องแบบออนไลน์บน Ethereum blockchain ที่เปิดใช้งานอย่างเป็นทางการเมื่อเดือน พฤษจิกายน 2018 โดยได้มีการแลกเปลี่ยนโทเค็นที่เชื่อถือได้มากไปกว่านั้นธุรกรรมทั้งหมดจะดำเนินการจากสัญญาอัจฉริยะโดยไม่จำเป็นต้องมีคนกลางหรือบุคคลที่เชื่อถือได้ วิธีการกระจายอำนาจในการแลกเปลี่ยนโทเค็นนี้ได้พิสูจน์แล้วว่าได้รับความนิยมจากผู้ถือโทเค็น ERC20 ในการแลกเปลี่ยนโทเค็นและมอบสภาพคล่องให้กับคู่โทเค็น


Uniswap เปิดตัวการทำซ้ำครั้งที่สองบน Ethereum Mainnet ในวันที่ 19 พฤษภาคม 2020 เพื่อให้ตรงกับการเปิดตัวcore contract v1.0.1หลังจากทดสอบบนเทสเน็ตของ Rinkeby มาระยะหนึ่งก่อนหน้านี้ มีการใช้โปรโตคอลบน Mainnet เป็นเวลานานกว่า 2 เดือนในขณะที่เขียนและจนถึงขณะนี้ยังไม่มีการแตกหักหรือปัญหาใด ๆ ที่เกี่ยวข้องกับความสมบูรณ์ของสัญญาอัจฉริยะ


V2



Uniswap V2  นั้นได้ถูกอัพเดตเข้าระบบอย่างเป็นทางการเมื่อเดือน พฤษภาคม 2020 โดยนำเสนอการอัปเกรดและการปรับปรุงที่หลากหลายให้กับโปรโตคอลที่สร้างขึ้นจากกลไกการแลกเปลี่ยนและสภาพคล่องในการทำซ้ำครั้งแรก การเปลี่ยนแปลงที่สำคัญ ได้แก่ :

  • การแลกเปลี่ยนโทเค็น ERC20 ถึง ERC20โดยที่ ETH ไม่จำเป็นต้องเป็นโทเค็นตัวกลางอีกต่อไปเพื่ออำนวยความสะดวกในกระบวนการแลกเปลี่ยน สิ่งนี้เรียกอีกอย่างว่า“ ETH bridging” การลบข้อกำหนดนี้จะลดจำนวนธุรกรรมลงครึ่งหนึ่งและช่วยประหยัดค่าธรรมเนียมก๊าซ นอกจากนี้ยังช่วยให้ Dapps ค้นหา“ เส้นทาง” จากโทเค็นหนึ่งไปยังอีกโทเค็นได้อย่างมีประสิทธิภาพในกรณีที่ไม่มีพูลที่ตั้งค่าสำหรับการแลกเปลี่ยนโทเค็นโดยตรง งานชิ้นนี้จะเยี่ยมชมการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้โดยละเอียดยิ่งขึ้น


  • ราคา oracleฟังก์ชั่นที่ช่วยให้การกำหนดราคาเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักเวลาตามราคาคู่โทเค็นที่แต่ละบล็อก เราจะเยี่ยมชมกลไกที่อยู่เบื้องหลังกลไกนี้โดยละเอียด


  • การแลกเปลี่ยนแฟลชหรือความสามารถในการ "ยืม" โทเค็นจากกลุ่ม Uniswap ทำธุรกรรมโดยพลการกับบริการภายนอกและชำระคืนเงินที่ยืมมาในครั้งแรกทั้งหมดในธุรกรรมเดียว ธุรกรรมเป็นแบบปรมาณูซึ่งหมายความว่าจะถูกคืนค่าทั้งหมดหากธุรกรรมล้มเหลวในขั้นตอนใดก็ตาม กรณีการใช้งานที่ชัดเจนสำหรับคุณลักษณะดังกล่าวคือการดำเนินการซื้อขายเก็งกำไรโดยใช้ประโยชน์จากสระว่ายน้ำสภาพคล่อง แต่มีกรณีการใช้งานอื่น ๆ ที่ให้ประโยชน์เช่นการตัดค่าธรรมเนียมก๊าซสำหรับการดำเนินการ DeFi โดยเฉพาะเช่นการปิด Maker Vault


  • การสนับสนุนโทเค็น ERC20 ที่ไม่ได้มาตรฐานโดยใช้voidประเภทการส่งคืนtransfer()และtransferFrom()เป็นการโอนที่สำเร็จ สิ่งนี้อาจดูไม่สำคัญ แต่โทเค็นหลัก ๆ เช่นUSDT(Tether) และBNB(Binance Coin) จะทำตามวิธีการโอนข้างต้น รวมถึงโทเค็นที่นำมาใช้อย่างแพร่หลายซึ่งไม่เป็นไปตามมาตรฐาน ERC20 อย่างสมบูรณ์ได้เสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับแนวคิดของ Uniswap ในการเป็นผู้นำในการแลกเปลี่ยนออนไลน์ในแง่ของการใช้งาน


  • วิธีการยูทิลิตี้เพิ่มเติมเพื่อป้องกันการล้นหากมีการโอนโทเค็นมากเกินกว่าที่ Solidity จะรองรับได้


  • Uniswap V2 เปิดตัวการชาร์จโปรโตคอล 0.05% แบบสลับได้ซึ่งกินเข้าไปในค่าธรรมเนียม 0.3% มาตรฐาน แต่ปัจจุบันปิดอยู่และสามารถเปิดได้ด้วยกลไกการกำกับดูแลแบบกระจายอำนาจเท่านั้น

V3


มาถึงกับ Version ล่าสุดอย่าง Uniswap V3 ซึ่งได้มีมีการเปิดตัวบน Ethereum Mainnet ในวันที่ 5 พฤษภาคม 2021 และบน Layer 2 Optimism Rollup ที่ผ่านมา


ขณะนี้ Uniswap ทำหน้าที่เป็นโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญของ Decentralized Finance ช่วยให้นักพัฒนา, นักเทรดและผู้ที่ช่วยให้ตลาดมีสภาพคล่องอยู่ร่วมกันและมีส่วนสร้างตลาดการเงินที่ปลอดภัยและแข็งแกร่งอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน


เป้าหมายของ Uniswap Version 3


เป้าหมายของ Uniswap v3 นั่นคือ การทำให้แพลตฟอร์มกลายเป็น “AMM ที่ยืดหยุ่นและมีประสิทธิภาพมากที่สุดเท่าที่เคยมีมา” โดยจะมุ่งเน้นไปที่ฟีเจอร์ใหม่ 3 ประการดังต่อไปนี้


  1. คือ การกระจายสภาพคล่องอย่างเท่าเทียม ทำให้ผู้ให้บริการสภาพคล่อง(LPs) แต่ละรายสามารถกำหนดว่าจะจัดสรรทุนให้กับช่วงราคาที่ต้องการจะขายช่วงราคาไหน ซึ่งต่างจากระบบเดิมที่ไม่สามารถเลือกได้และกระจายไปทุกช่วงราคา  ซึ่งข้อดีสำหรับสภาพคล่องการกระจายสภาพคล่องอย่างเท่าเทียมก็คือ นักเทรดไม่จำเป็นต้องใช้เงินทุนมากนักและสามารถกำหนดเงินทุนเองได้


  1. คือการเพิ่มระดับค่าธรรมเนียมให้สูงขึ้นเพื่อให้นักเทรดสามารถกำหนดระดับความเสี่ยงเองได้เมื่อทำการซื้อขายสินทรัพย์ที่มีความผันผวนหรือมีแนวโน้มที่ราคาจะเปลี่ยนแปลงในระหว่างการซื้อขาย


  1. นำเสนอ oracles ที่ “เรียบง่ายและถูกกว่า” โดย Uniswap v3 ปรับปรุงระบบ TWAP Oracle ให้คำนวนค่า time weighted average จากราคาย้อนหลัง 9 วันแทนที่จะเป็น 1 วันจาก v2 ในการเรียกใช้สัญญา smart contract ในครั้งเดียว ซึ่งแม้ว่าจะดูเหมือนว่าต้องเสียค่า gas เยอะขึ้น แต่ค่า gas ที่ต้องจ่ายจากนักเทรดทั่วไป Uniswap ในการใช้งาน Oracle นี้สามารถลดลงราว ๆ 50% เมื่อเทียบกับ v2 


องค์ประกอบหลักๆของ Uniswap V3


Concentrated liquidity: ทำให้ผู้ให้บริการสภาพคล่อง(LPs) แต่ละรายสามารถกำหนดว่าจะจัดสรรทุนให้กับช่วงราคาที่ต้องการจะขายช่วงราคาไหน ซึ่งต่างจากระบบเดิมที่ไม่สามารถเลือกได้และกระจายไปทุกช่วงราคา 


Multiple fee tiers: ช่วยให้ผู้ให้บริการสภาพคล่อง(LPs) ได้รับผลตอบแทนที่แตกต่างกันสำหรับการเลือกความเสี่ยงในแบบต่างๆ 


Uniswap v3 ถือเป็น AMM ที่มีประสิทธิภาพที่สุดเท่าที่เคยออกแบบมา ด้วยคุณสมบัติเหล่านี้:

  • ผู้ให้บริการสภาพคล่อง(LPs) สามารถให้สภาพคล่องด้วยประสิทธิภาพเงินทุนสูงกว่าเดิมถึง 4000x เมื่อเทียบกับ Uniswap v2 ทำให้ได้รับผลตอบแทนจากเงินทุนที่สูงขึ้น
  • ผู้ใช้สามารถเทรดด้วยค่า slippage ที่ต่ำ ต่ำกว่าแม้กระทั่ง Centralized Exchange ทั่วไปและ AMM สำหรับ stablecoin โดยเฉพาะ

 

Non-Fungible Liquidity : เนื่องจากผลพลอยได้จากการมี custom price curves สถานะสภาพคล่องจึงไม่มี LP token ในรูปแบบ fungible อีกต่อไปและไม่ได้เป็นโทเค็น ERC20 อีกด้วย แต่ทั้งนี้ LP token จะเป็น non-fungible tokens (NFTs) แทน อย่างไรก็ตามเมื่อมีหลายๆ NFT สามารถนำมารวมกันเป็น fungible token (ERC20) ได้ผ่าน Peripheral contracts หรือผ่าน Partner protocols อื่น ๆ นอกจากนี้ ค่าธรรมเนียมการซื้อขายจะไม่ถูกนำกลับไปลงทุนในพูลโดยอัตโนมัติในนามของผู้ให้บริการสภาพคล่อง (LPs) อีกต่อไป


ผู้ให้บริการสภาพคล่อง(LPs) สามารถเลือกที่จะเพิ่มความเสี่ยงหรือลดความเสี่ยงได้เองได้


ผู้ให้บริการสภาพคล่อง(LPs) สามารถขายสินทรัพย์ได้โดยการเพิ่มสภาพคล่องให้กับช่วงราคาที่สูงหรือต่ำกว่าราคาตลาดโดยประมาณ โดยค่าธรรมเนียมที่ดำเนินการจะเป็นไปตามสมการคณิตศาสตร์


แม้จะมีการปรับปรุงและการออกแบบใหม่เหล่านี้ แต่ค่า gas ของ v3 บน Ethereum Mainnet นั้นถูกกว่า v2 เพียงเล็กน้อยเท่านั้น และยกเว้นจะไปใช้ใน Optimism Rollup ซึ่งจะมีราคาถูกลงอย่างมาก


Tokenomics

UNI token supply

มากกว่า 1 พันล้านเหรียญ UNI ที่ถูกสร้างขึ้นมาโดยเหรียญจำนวนนี้คาดว่าจะกระจายตัวออกอย่างสมบูรณ์ในอีก 4 ปีข้างหน้านี้ (2025) โดยสัดส่วนของเหรียญ UNI ได้ถูกแบ่งออกเป็น


  • 60.00% ถูกแบ่งให้กับ เมมเบอร์คอมมูนิตี้ของ Uniswap / 600,000,000 UNI.
  • 21.51% ถูกแบ่งให้กับ ทีม และ พนักงานในอนาคต / 215,101,000 UNI.
  • 17.80% ถูกแบ่งให้กับ นักลงทุนที่อยู่กับ UNI อย่างน้อย 4 ปี / 178,000,000 UNI.
  • 0.069% ถูกแบ่งให้กับ  ที่ปรึกษาที่อยู่กับ UNI อย่างน้อย 4 ปี / 6,899,000 UNI

ปัจจุบัน UNI มีเหรียญทั้งหมด 627,596,088.55 เหรียญ ซึ่งเป็นจำนวนเหรียญที่ยังอยู้ในระบบนิเวศน์ โดยเหรียญมีมูลค่า $ 25.14 ซึ่งทำให้มูลค่าทางตลาดของสกุลเงินนี้มีมูลค่า $15,779,623,798 (อ้างอิงวันที่ 1 พฤศจิกายน 2021) 

สามารถดูราคาเหรียญเพิ่มเติมได้ที่ : ลิ้ง

Partnerships

Team Secret พาร์ทเนอร์กับทาง Uniswap Labs



Team Secret สโมสรอีสปอร์ตสัญชาติยุโรป ประกาศพาร์ทเนอร์ชิพกับทาง ‘Uniswap Labs‘ การร่วมมือกันครั้งนี้มีเป้าหมายที่จะขับเคลื่อนเป้าหมายที่ว่าจะ พัฒนาการเชื่อมโยงและเป็นสะพานระหว่างคริปโตเทคโนโลยีกับผู้ชมเมนสตรีม(Digital Audiences)


ทางคุณ John Yao ประทานบริษัท Team Secret ได้กล่าวไว้ว่าการร่วมมือกันครั้งนี้เพื่อที่จะต่อยอดวิสัยทัศน์ของทั้งสององค์กร ซึ่งก็คือการพัฒนาสินทรัพย์ดิจิทัลบนพื้นที่ของคริปโตเทคโนโลยี มากไปกว่านั้นยังมุ่งเห็นการสร้างอิมแพคครั้งใหญ่ในวงการเกม ESport อีกด้วย


อ่านเพิ่มเติมได้ที่ https://esportsinsider.com/2021/06/team-secret-uniswap-labs/




Change Now จับมือกับ Uniswap


ChangeNOW คือแพลตฟอร์มบนเว็บสร้างขึ้นเพื่อความเรียบง่ายของการแลกเปลี่ยนสินทรัพท์เงิตรา เป็นบริษัทจากประเทศเนเธอร์แลนด์ เป็นอีกหนึ่งพาร์ทเนอร์ชิพเพื่อขยายการแลกเปลี่ยนสกุลเงินต่างๆบนทั้งสองแพลตฟอร์มโดย ลูกค้าที่เคยใช้งานบริการแลกเปลี่ยนของ Change NOW สามารถแลกเปลี่ยนสกุลเงินจากเน็ตเวิร์กต่างๆโดยที่ไม่ต้องผ่านการสร้าง Wrapped coin โดยพาร์ทเนอร์ชิพครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อกลางปี 2020 ที่ผ่านมา


อ่านข่าวสารเพิ่มเติมเกี่ยวกับการพาร์ทเนอร์ชิพครั้งนี้ได้ที่ https://changenow.io/blog/uniswap-integration


Summary

บทความนี้เป็นการปูพื้นฐานเบื้องต้นของท่านผู้อ่านให้เข้าใจถึง Uniswap decentralized Exchange ที่ใหญ่เป็นมูลค่าอันดับ 2 ของโลกโดยเป็นสกุลเงินที่มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เพียงแค่ 3 ปี จากการเปิดตัวระบบอย่างเป็นทางการได้เกิดการพัฒนาระบบมาแล้ว 3 ครั้ง (V1,V2,V3) ยิ่งไปกว่านั้นสกุลเงิน UNI ก็ยังเติบโตตลอดในระยะเวลาอันสั้น เป็นอีกสกุลเงินหนึ่งที่ผู้พึ่งเข้ามาศึกษาโลกของคริปโตเคอเรนซี่ควรศึกษาและทำความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง


เหรียญอื่นๆที่น่าสนใจ