Cosmos101

Cosmos (ATOM) 101 “บล็อคเชนเจเนอเรชั่น 3.0” เน็ตเวร์คกระจายอำนาจ ที่ทำงานคู่ กันกับ ระบบ บล็อคเชน และมีตัวขับเคลื่อนหลักเป็น ระบบ ฉันทามติ เทนเดอร์มินต์ (Tendermint Consensus) และ Byzantine Fault Tolerance (BFT)
Latest Update:
August 8, 2022
Legal Name:
Interchain Foundation
Headquarters Regions:
Zug, Zug, Switzerland
Company Size:
51 - 100
Founded Date:
2016
Information
Founders
Roadmap
Tokenomics
Partnerships
Summary

Information

“คอสมอส” “อะตอม” มันคืออะไร?มันเกี่ยวข้องกันยังไง?บทความนี้จะพาคุณไปหาคำตอบเพื่อเปิด

ความเข้าใจของเหรียญสกุลนี้กันครับ ถ้าจะให้สรุปสั้นๆ คอสมอส คือ เน็ตเวร์คกระจายอำนาจ ที่ทำงานคู่ กันกับ ระบบ บล็อคเชน และมีตัวขับเคลื่อนหลักเป็น ระบบ ฉันทามติ เทนเดอร์มินต์ (Tendermint Consensus) และ Byzantine Fault Tolerance (BFT) โดยมีสกุลเงินที่ชื่อว่า อะตอม (ATOM) เป็นตัว แทนเหรียญของระบบนี้นั้นเอง



วิสัยทัศน์ ของ คอสมอส (บล็อคเชน 3.0)


Cosmos Vision 

“The Internet of Blockchains. Cosmos is an ever-expanding ecosystem of interconnected apps and services,built for a decentralized future.”


วิสัยทัศนืของคอสมอสประกอบไปด้วย 2 ส่วนหลักคือ การสร้างระบบสำหรับให้นักพัฒนาสามารถ

สร้างสิ่งต่างๆบนบล็อคเชนได้ และ การเชื่อมต่อของบล็อคเชนในระบบนิเวศอื่นๆเข้าด้วยกัน

โดยหวังว่าท้ายที่สุดแล้ววิสัยทัศน์นี้จะเปลี่ยนคอสมอสเป็น บล็อคเชน อินเตอร์เน็ต แบบเต็มรูปแบบ 

โดยยังคงไว้ในเรื่อง อธิปไตย (Sovereignty) รวมไปถึงความเร็วในการเชื่อมต่อ กับ บล็อคเชนอื่นๆ 

ในขณะที่แรงขับเคลื่อนหลักจะมาจากซอฟต์แวร์แบบเปิดที่สามารถให้บุคลลภายนอกมาพัฒนาต่อได้ซึ่งประกอบไปด้วย

  • เทนเดอร์มินต์ (Tendermint Consensus)
  • Cosmos SDK
  • IBC โปรโตคอล

เพื่อที่จะมาแก้ปัญหาหลักๆของบล็อคเชน เช่น  Scalability, Security, Interoperability ทั้งหมดทั้งมวล คอสมอสสามารถแก้มันได้ทั้งหมด


โครงสร้างของ Cosmos Network

ก่อนที่เราจะไปทำความเข้าใจเกี่ยวกับ เครื่องมือหลักอย่างเช่น IBC โปรโตคอล หรือ คอสมอส SDK เรามาปูพื้นเกี่ยวกับโครงสร้างของ Cosmos Network กันก่อน ซึ่งจะถูกแบ่งออกเป็น 3ส่วนที่สำคัญ ดังนี้

นี่คือภาพจำลองของ Cosmos Hub ซึ่งแสดงโดยอะตอมอยู่ด้านบน ซึ่งเชื่อมต่อกับ Zoneต่างๆ อีกทั้งมันยังประกอบด้วยตัวตรวจสอบความถูกต้องที่อยู่ด้านล่างของมันโดยสร้างบล็อกผ่าน Tendermint Consensus Engine ผู้ตรวจสอบความถูกต้องได้รับการสนับสนุนอีกครั้งโดยตัวแทนที่อยู่ด้านล่าง


1.Cosmos Hub

Cosmos Hub หรือ Cosmos Mainnet เป็นเหมือนกับจุดศุนย์กลางของ Zone ซึ่งมีหน้าที่เป็น ระบบนิเวศน์กับ Zone ต่างๆซึ่ง Cosmos Hub จะไม่ได้มีเพียง Hub เดียวแต่จะมีหลาย Hub แยก ย่อยออกมาโดยมีการพัฒนาให้มีความแตกต่างกันเพื่อรองรับการใช้งานร่วมกันในแต่ละZoneโดยในกรณีนี้จะเป็น Cosmos ที่เป็นจุดศูนย์กลาง


2.Zone

Zone เป็นเหมือนส่วนประกอบหนึ่งในระบบสุริยะ ที่เราสร้างขึ้นมาโดยใช้ Tendermint ซึ่งแต่ ละพาร์ทนั้นสามารถสร้างให้มีระบบนิเวศและองค์ประกอบเฉพาะตัวได้ไว้สำหรับจุดประสงค์ที่เราต้องการ (ความต้องการของ dApp แต่ละอันนั้นต่างกัน เราก็ควรจะสร้าง กฎและสภาพแวดล้อมของดาว ให้ เหมาะกับ dApp นั้นๆ)


3.Tendermint Consensus

Tendermint Consensus หรือที่เรียกว่า Byzantine Fault Tolerance (BFT) เป็น ตัวกลาง บล็อคเชน (Blockchain Middleware) ที่ถูกพัฒนามาเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ด้านความปลอดภัย และ ความเร็ว ของระบบ


 Layer ที่อยู่ด้านล่างของโครงสร้าง Cosmos Network นี้ทำหน้าที่เป็น ระบบฉันทามติ (Consensus Engine)โดย Consensus นี้จะทำงานร่วมกันกับ โปรโตคอล ABCI (Application-blockchain interface) ซึ่งเป็นส่วน logic ของ blockchain ที่ติดต่อกับ tendermint เพื่อให้ข้อมูลบน blockchain ของ สมาชิกทุกรายนั้นตรงกันมากไปกว่านั้นเพื่อช่วยอำนวยความสะดวกให้กับนักพัฒนาสามารถเลือกใช้

ภาษาใดก็ได้ในการเขียนโปรแกรม dApp ขึ้นมาได้ ไม่ว่าจะเป็น JAVA , C++ , GO และอื่น ๆ


นอกจากนั้น Tendermint BFT ยังเป็นระบบ Open-Source อีกด้วย หรือก็คือการที่มี ใครก็ตาม ต้องการสร้างบล็อกเชนขึ้นมาใหม่ ก็สามารถเข้ามาดึง Code ของทาง Cosmos ไปพัฒนาต่อได้เลย ซึ่งโปรเจค หรือบล็อกเชนที่ถูกพัฒนาขึ้นมานั้นจะสามารถเชื่อมโยงอยู่ใน Cosmos Network ได้อีกด้วย ทำให้สามารทำงานร่วมกันกับ บล็อกเชนอื่น ๆ ที่อยู่บน Cosmos Network ได้นั่นเอง


เปรียบ Cosmos Network เป็นระบบสุริยะ


ตามที่กล่าวไว้เข้างต้นว่าคอนเซ็ปท์ของCosmosคือการสร้าง Internet 3.0 ที่ครอบคลุม และเชื่อมต่อ หลายๆบล็อคเชนเน็ตเวิร์กเข้าไว้ด้วยกันเหมือน กาแล็กซี่ นั้นเองโดยสามารถเปรียบเสมือนได้ดังนี้


Cosmos Network : จักรวาลซึ่งมีพื้นที่ครอบคลุมทุกอย่างเอาไว้

หลายๆ Hub รวมกัน : กาแลกซี่ (มีหลายภาษา หลายเซนเตอร์)

Cosmos Hub : ระบบสุริยะที่มี Cosmos เป็นจุดศูนย์กลาง

Hub : ระบบสุริยะที่มีจุดศูนย์กลางที่ไม่ใช่ Cosmos

Zone :  เป็นเสมือนดาวดวงหนึ่ง 

Tendermint  : เป็นเสมือนระบบนิเวศภายในดาวซึ่งมีจุดประสงค์ที่แตกต่างกันออกไป


ดูเพิ่มเติมได้ที่ Link



สิ่งที่ต้องรู้เกี่ยวกับ Cosmos (ATOM)

IBC Protocol



Inter-Blockchain Communication (IBC) protocol หรือ มาตรฐานความสามารถ ในการ ถ่ายโอนข้อมูลอย่างปลอดภัยระหว่างสอง Blockchain อย่างเป็นอิสระ โดย IBC ของ Comos พึ่งเริ่ม มีการเปิด ใช้งานจริงเมื่อวันที่ 29 มีนาคมที่ผ่านมาทำให้สามารถโอนโทเค็นระหว่าง Cosmos และ Blockchain อื่น ๆ ที่เข้ากันได้กับ IBC นี้

 

มาตรฐานได้รับการเปิดตัวนี้ได้เป็นส่วนหนึ่งของการอัปเกรด ecosystem Cosmos ที่กว้างขึ้นที่เรียกว่า Stargate ซึ่งรวมถึงโหนดใหม่ที่สามารถซิงโครไนซ์ได้เร็วขึ้น 200x เท่า



Stargate : เป็นชุดอัพเกรดระบบ IBC เพื่อพัฒนาการเชื่อมต่อข้ามเชนของ Cosmos 


นับเป็นข่าวใหญ่ของวงการเพราะมันส่งผลให้สภาพแวดล้อมการลงทุนของคริปโตหลาย ๆ ตัวเป็นเพียงส่วนหนึ่งของระบบ Cosmos เท่านั้น เช่น Stablecoin Terra, Stablecoin Kavaและ เครือข่ายระบุสถานที่ FOAM


CEO ของทีมพัฒนา FOAM นาย Ryan John King กล่าวว่า  “ทีมพัฒนาตื่นเต้น กับการอัปเดท Stargate นี้มาก เพราะการอัปเดทนี้จะช่วยให้ระบบของ FOAM สามารถรองรับการใช้งานได้อย่างกว้างขวาง พร้อมทั้งยังพัฒนาให้สามารถรองรับผู้ใช้งานได้มากขึ้นด้วย”


นอกจากนั้นย้อนกลับไปที่ 29 มีนาคม ทีมงานคอสมอส พูดว่า ผู้ตรวจสอบความถูกต้องและตัวแทนกว่า 1500 คนในระบบนิเวศ ได้ส่งสัญญาณการสนับสนุนสำหรับการเปิดใช้งาน IBC และขณะนี้ IBC ได้ใช้  งานบนแพลตฟอร์มแล้วเพื่อให้สามารถโอนย้ายโทเค็นที่ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ (การชำระเงิน ข้ามเชน) และโทเค็นที่ไม่สามารถเปลี่ยนรูปแบบได้ (NFT) ระหว่างบล็อกเชนต่างๆที่เป็นไปได้

ซึ่งท้ายสุดได้มีการเปิดใช้งาน IBC อย่างเป็นทางการตามที่กล่าวไว้ข้างต้นเป็นการเปิดโลก ใหม่แห่งความเป็นไปได้สำหรับแอปพลิเคชันบล็อกเชนเนื่องจากเครือข่ายบล็อกเชนที่รวม IBC จะสามารถใช้ประโยชน์จากการดำเนินการของสัญญาอัจฉริยะแบบหลายห่วงโซ่“ ด้วยตรรกะ ที่แยก ออกจากบล็อกเชน” และ IBC นอกจากนี้ยังจะนำคุณลักษณะด้านความปลอดภัยใหม่มาสู่ Cosmos

 


Cosmos SDK


Cosmos software development kit (SDK) หรือว่า ชุดเครื่องซอฟต์แวร์สำหรับนักพัฒนา นั้นออก มาแก้ปัญหาเรื่องความยุ่งยากในการสร้าง chain ขึ้นมาโดยเค้าทำ coding สำเร็จรูปออก มาเป็น module ย่อยๆ ใครอยากสร้าง chain ขึ้นมาใหม่แทนที่จะต้องเขียน code เองตั้งแต่ 0 ก็เอา SDK ของ cosmos ไปใช้อันไหนที่เขียนไว้แล้วก็ copy paste ได้เลยทีนี้พอหลาย chain สร้างโดยใช้ ภาษาเดียวกับ cosmos การเชื่อมต่อกันก็จะง่าย (ซึ่งเป็น 1 ในวิสัยทัศน์ ของคอสมอส) ถ้าจะ ให้เปรียบ เทียบง่ายๆ ก็ SDK ก็เหมือนกับ ชุดสร้างสำเร็จรูปที่ สามารถเลือก ฟังชั่นต่างๆ มา ใส่ได้ เช่น Staking , Governance และอื่นๆ




ขั้นตอนการนำไปใช้ของ Cosmos SDK

Ref : https://v1.cosmos.network/sdk


Community


Website : https://v1.cosmos.network/community

Youtube : https://www.youtube.com/c/CosmosProject

Twitter : https://twitter.com/cosmos

Discord : https://discord.com/invite/vcExX9T

Reddit : https://www.reddit.com/r/cosmosnetwork

Telegram : https://t.me/cosmosproject

Official Forum : https://forum.cosmos.network/c/cosmos-sdk/14

SDK source code : https://github.com/cosmos/cosmos-sdk

Founders

Jae Kwon “เจ ควอน” คือ สถาปัตยกรรมซอฟต์แวร์ด้านบล็อคเชน และเป็น ผู้ร่วมก่อตั้ง Tindermint ระบบปฏิบัติการ ที่มาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของบล็อคเชน อีกทั้งยังเป็น ประทานของบริษัท Interchain Foundation (ICF) ใน รัฐซูค ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งมีเป้าหมายที่จะโปรโมท และ พัฒนา Cosmos Network นั้นเอง


LinkedIn

Ethan “อีธาน” เป็นอีกท่านึงที่ดป็นผู้ร่วมก่อตั้ง Tindermint และ พัฒนา Cosmos Network โดยที่คุณอีธานดำลงตำแหน่งเป็น รองประทานของบริษัท Interchain Foundation (ICF) เป็นที่ทำงานเดียวกับคุณ เจ ควอน โดยมีจุดประสงค์ คือ การตรวจสอบระบบกระจายที่ตรวจสอบได้ (Decentralized) เช่น Comos นั้นเอง


LinkedIn

Roadmap

2014

จุดเริ่มต้นของ Cosmos นั้นเกิดขึ้นจากที่คุณ Jae Kwon ผู้ร่วมก่อตั้ง Cosmos และ Tendermint Inc. ในไม่กี่ปีต่อมานั้นได้เริ่มสนใจในไอเดียของการ Proof of Stake บล็อคเชนด้วยวิธี Byzantine Fault - Tolerant (BFT) ฉันทามติ


2015

การเข้ามาของอนาคตผู้ร่วมก่อตั้ง Tendermint Inc. คุณ Ethan Buchman ได้ช่วยให้วิสัยทัศน์ใกล้สู่ ความ เป็นจริงมากขึ้น


2016


Cosmos ได้เปิดอย่างเป็นทางการโดย บริษัท Tendermint Inc. และ Interchain Foundation (ICF) และได้มีการประกาศอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับฟังชั่นที่จะมีขึ้นใน Cosmos ซึ่งประกอบไปด้วย


  • Cosmos Network
  • Tendermint Core
  • กลไกฉันทามติ Byzantine Fault - Tolerant 
  • Cosmos SDK
  • Whitepaper


2017


Interchain Foundation (ICF) ได้ทำการระดมทุน แบบดิจิทัลด้วยการเสนอขาย ดิจิทัลโทเคน (digital token) ผ่านระบบบล็อกเชนต่อสาธารณชน (ICO) อย่างเป็นทางการ โดยมีการลงทุนไปมากกว่า 20 ล้านโทเค็น เป็นจำนวนเงิน $17 ล้านเหรียญสหรัฐ เฉลี่ยแล้วตกเหรียญละ $0.1 เท่านั้นเอง


อ่านเพิ่มได้ที่ Link



2019

การเปิดตัวอย่างเป็นทางการของ บล็อคเชนเน็ตเวิร์ค “Cosmos Hub” ที่สร้างบน Mainnet หลักทำให้สามารถสร้างโปรเจค On top ได้โดยโปรเจคใหญ่ๆที่เป็นที่รู้จักมาสนใจเช่น Terra หรือว่า Binance Chain 


2021

เป็นอีกปีที่ทาง Cosmos เปิดแผนการอัพเกรดในอนาคต The Cosmos Hub Roadmap 2.0 โดยมีโปรเจคนำอย่าง “Gravity”


Gravity Dex & Bridge

โปรเจค“Gravity” หรือ “Gravity Bridge” เป็นสะพานข้ามเครือข่ายที่ปลอดภัย มีประสิทธิภาพ และกระจายอำนาจไปยังระบบของ Ethereum ซึ่งก็คือ ERC-20 สะพานนี้จะช่วย ให้ มูลค่าและสภาพคล่องที่ สำคัญ ของ Ethereum ไหลเข้าสู่ Cosmos Hub ได้ ทำให้ตลาด Gravity DEX สมบูรณ์ยิ่งขึ้น และทำให้ชุมชน Ethereum สามารถซื้อโทเค็น Cosmos บน DEX ได้ด้วยผ่านตัวกลาง เช่น Uniswap หรือ Ethereum AMMs อื่นๆ


ในเดือน กรกฎาคม 2021ได้มีการเปิดใช้งาน Gravity อย่างเป็นทางการโดยมีฟังชั่นหลักๆดังนี้


  • Gravity DEX
  • มีการขยายตัวของ AMMs โมเดลให้สามารถ ซื้อขายToken กันอย่างแพร่หลายได้มากขึ้น
  • เพิ่มปัจจัย สภาพคล่อง (Liquidity) สำหรับโทเค็นใน Cosmos Hub
  • เพิ่มความสม่ำเสมอของราคาและการดำเนินการตามคำสั่งในแต่ละธุรกรรม

Tokenomics

เหรียญ ATOM

อะตอม หรือ “ATOM” คือเหรียญสกุลเงินที่กำเนิดมาจาก Cosmos เน็ตเวิร์ค ซึ่งจะมีหน้าที่หลักๆ ออกเป็น 2 อย่างคือ การ “Staking” ยืนยันธุรกรรมต่างๆโดยในทุกๆครั้งที่ Validator สามารถยืนยัน ตัวธุรกรรม บล็อคเชน บน เครือข่าย เหรียญ ATOM จะถูกแจกจ่ายออกเป็นรางวัลให้ผู้นั้นทันที และ การเอาไปจ่ายเป็นค่า Transaction Fee ใน Cosmos Hub 


การ staking เพื่อวางในระบบ Proof of stake สำหรับสร้างระบบ security ให้กับ cosmos chain ซึ่งคนที่ stake ตอนนี้จะได้รับ return ประมาณ 9-10% เป็นผลตอบแทน 



Distribution

ปัจจุบัน ATOM มีเหรียญทั้งหมด 279,846,426 เหรียญ ซึ่งเป็นจำนวนเหรียญที่ยังอยู้ในระบบนิเวศน์ โดยในเดือน เมษายน 2017 ได้มีการปล่อย ICO และ IEO เป็นจำนวนทั้งหมดมูลค่า $16 ล้านเหรียญ สหรัฐ ซึ่งตกอยู่ $0.10 ต่อ 1 เหรียญเท่านั้นเองโดยปัจจุบันมีมูลค่าสูงถึง $ 35.87 ต่อ 1 เหรียญเลยทีเดียว


มากไปกว่านั้นเหรียญ atom นั้นไม่มี maximum cap ว่าสูงสุดได้เท่าไหร่ โดยในแต่ละปีจะมีเหรียญ atom เพิ่มขึ้นมาในระบบประมาณ 7-20% ขึ้นอยู่กับว่า ณ เวลานั้นๆ มีสัดส่วนคน stake เท่าไหร่ ถ้ามีคน stake น้อย เหรียญใหม่จะสร้างขึ้นมาเยอะ แต่ถ้าคน stake เยอะ เหรียญใหม่ก็จะสร้างขึ้นมาน้อย

Ref : 28 กันยายน 2021 link


ATOM ถูกแบ่งโครงสร้างสัดส่วนไว้มีรายละเอียดดังนี้

5% ถูกแบ่งให้กับผู้ลงทุนเบื้องต้น

10% ถูกแบ่งให้กับ Interchain Foundation

10% ถูกแบ่งให้กับ ผู้พัฒนาระบบซอฟต์แวร์ Tendermint Inc.

75% ถูกแบ่งให้กับ การระดมทุนของตลาดและเอกชน


อ่านเพิ่มเติมได้ที่ Link


Partnerships

เมื่อเทียบกับยักษ์ใหญ่อย่าง Ethereum แล้ว Cosmos กำลังตีตื้นที่จะขยาย Partnershipไปยังส่วน ต่างๆเช่นกัน



คอสมอสในช่วงแรกนั้นได้ถูกขนานนามว่า “Blockchain 3.0” ซึ่งเป็นยุคต่อจาก บิทคอยน์ “Blockchain 1.0” และ อีเธอเรียม “Blockchain 2.0” โดยได้การยอมรับอย่างเป็นทางการหลังจากที่ คอสมอสนั้นได้ออกโปรเจคกับทาง Binance สำหรับคอสมอสนี้เป้นเพียงแค่จุดเริ่มต้นของการ พาร์ทเนอร์ เท่านั้นในบทความส่วนนี้จะพาคุณไปรู้จักโปรเจคต่างๆที่คุณอาจจะไม่รู้ว่ามี การใช้ระบบ ของ คอสมอสอยู่ โดยปัจจุบันมีกว่า 16 โปรเจคที่นำระบบของ Cosmos ไปใช้กับโปรเจคของตัวเองซึ่งประกอบไปด้วย


  1. Binance Chain (source)
  2. OKChain from OKEx (source)
  3. Akash Network (source)
  4. Band Protocol (source)
  5. e-Money (source)
  6. Persistence (source)
  7. Aragon (source)
  8. Sentinel (source)
  9. IRISnet (source)
  10. FOAM (source)
  11. Comdex (source)
  12. Loom (source)
  13. Hyperledger Burrow (source)
  14. Playlist (source)
  15. Terra Protocol (source)
  16. Regen Network (source)

ในส่วนนี้ของบทความเราจะยกโปรเจคบางส่วนมาอธิบายการนำไปใช้งานของ Cosmos SDK และ Tendermint Consensus กันครับ

Binance Chain


เรามาเริ่มกันที่โปรเจคแรกๆที่มีการนำคอนเซ็ปท์ของ ”Tendermint Consensus” และ การพัฒนา p2p เน็ตเวิร์ค มาใช้งานในระบบหลังบ้านซึ่งก้คือมีอยู่ด้วยกัน 2 โปรเจคคือ Binance Chain และ Binance Dex


นอกจากนั้น Binance ยังได้ทำการอัพเกรดระบบ ธุรกรรม “Token Transaction” โดยใช้ฟังชั่นของ Cosmos SDK เช่นการ “Bank” มาเสริมในระบบอีกด้วย โดยที่ผลตอบรับนั้นออกมามีประสิทธิภาพ มาก ขึ้นอย่างเห็นได้  


“With a foundation of clean, well-structured code from Cosmos SDK, we were able to build on a codebase that we saw as a better alternative. Many thanks to the Cosmos developers and its community for their work” คอมเม้นจากทีม Binance หลังจากอัพเกรดระบบโดยใช้ Cosmos


อ่านเพิ่มเติมได้ที่ Link


Band Protocol


มาถึงโปรเจคจากบริษัทจากประเทศไทย Band Protocol ซึ่งก็คือ Cross-chain Data Oracle ซึ่งทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมต่อระหว่างข้อมูลจากโลกแห่งความเป็นจริงเข้าไป ในระบบ บล็อกเชนหรือ “Smart contract” ทำงานบนระบบ บล็อคเชนของตัวเองที่เรียกว่า “Bandchain” โดยในเดือน มกราคม 2020 ได้มี การประกาศ การพัฒนา Band Protocol 2.0 ซึ่งมีการออกระบบ D3N (Data Delivery Network) ที่มี Cosmos SDK เป็นรากฐานในการสนับสนุน การแลกเปลี่ยน ของระบบ ในแต่ ละบล็อคเชน


อ่านเพิ่มเติมได้ที่ Link


Terra Protocol


Terra Protocol เป็นสกุลเงินที่เป็น “Stablecoin” แม้ชื่อ Terra อาจจะยังไม่ได้รับความนิยม เท่าสกุล เงิน ประเภทนี้เช่น USDT, USDC หรือว่า DAI แต่สิ่งที่ทำให้สกุลเงิน Terra นั้นแตกต่างอย่างสิ้นเชิงก็คือ สกุลเงิน “Stablecoin” ส่วนใหญ่จะสร้างบนระบบของ Ethereum หรือ ERC-20   แต่ Terra นั้นถูกสร้าง บน Tendermint Engine ของCosmos และเนิ้องจาก “Decentralized Stablecoin” บนCosmos พึ่งเริ่ม ได้รับการยอมรับ ตอนนี้เราทำได้เพียงเชื่อว่าโปรโตคอลของ Cosmos จะมาพัฒนาอนาคต Stablecoin ในอนาคตในอีกไม่ช้านี้



Summary

ท้ายที่สุดนี้ผู้อ่านจะเริ่มเห็นความสุดยอดของ Cosmos กันบ้างแล้วใช่ไหมครับ สมกับคำว่า Internet of Blockchains ที่สามารถทั้งสร้าง Blockchain บนระบบ และ เ้ชื่อมต่อกับ Blockchain ต่างๆทั้งในระบบ  นอกระบบ มากไปกว่ายังออกแบบมาเพื่อแก้ปัญหาในการขยายตัวที่สกุลเงินรุ่นพี่หลายๆเหรียญไม่สามารถทำได้ ไม่ว่าจะเป็นปัญหาของ Blockchain ในเรื่อง Scalability, Security, Interoperability ทั้งหมดทั้งมวล Cosmos แก้ได้เกือบหมด ส่วนตัวผู้เขียนแล้วโปรเจคนี้นับเป็น ระบบนิเวศ ที่ยิ่งใหญ่มากๆ ติด Top 10 สกุลเงินและคงระดับไว้ได้ในระยะยาวครับ

เหรียญอื่นๆที่น่าสนใจ