BUSD101

BUSD ถูกสร้างขึ้นเพื่อปรับปรุงระบบนิเวศทางการเงินที่ใหญ่ขึ้นโดยมุ่งเน้นในการสร้xาง Stable Coin ซึ่งเป็นสินทรัพย์ดิจิทัลที่สามารถเคลื่อนย้ายได้ด้วยความเร็ว ความยืดหยุ่น และการเข้าถึงที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก
Latest Update:
March 29, 2022
Legal Name:
Binance Holdings Limited
Headquarters Regions:
Malta
Company Size:
251-500
Founded Date:
2019
Information
Founders
Roadmap
Tokenomics
Partnerships
Summary

Information

Binance กระดานเว็บเทรดอันดับหนึ่งของโลก ณ ปัจจุบัน ซึ่งได้รับความนิยมเป็นอย่างมากและผู้ลงทุนส่วนมากก็เลือกใช้บริการกับ Binance เนื่องจากมีผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย ทั้งนี้ Binance ยังได้ออกเหรียญ BUSD ซึ่งเป็นเหรียญ Stable Coin เป็นของตัวเอง เพื่อเอาไว้ให้ผู้ลงทุนนั้นได้เลือกทำกำไรหรือรักษากำไรช่วงตลาดขาลงได้โดยเพียงแค่ฝากไว้กับ BUSD นอกจากนี้ BUSD ยังมีสิ่งพิเศษที่น่าจับตามองและมีประโยชน์อื่นๆอีกมาก จะเป็นอย่างไรไปตามอ่านบทความกันครับ 

BUSD เหรียญ Stable Coin ของ Binance

BUSD เป็นเหรียญ Stablecoin ของ Binance เว็บเทรดชื่อดังอันดับหนึ่งของโลก ซึ่งถูกพัฒนาออกมาเมื่อปี 2019 โดยเป็นส่วนหนึ่งของโปรเจคชื่อดังอย่าง Venus Protocol ที่สร้างขึ้นบน Binance Smart chain โดยจุดประสงค์เพื่อช่วยให้ผู้ใช้สามารถยืมและจัดหาหลักประกัน (Collateral) บนแพลตฟอร์ม ปัจจุบัน BUSD ได้รับการยอมรับจากหน่วยงาน New York State Department of Financial Services (NYDFS) ซึ่งหมายความว่าพวกเขาสามารถให้บริการแก่ผู้ที่อาศัยอยู่ในนิวยอร์กได้อีกด้วย จึงทำให้ผู้ลงทุนมั่นใจใน BUSD เพิ่มขึ้น สามารถตรวจสอบรายละเอียดเพิ่มเติมเรื่อง BUSD ได้ที่ Paxos

 

ประโยชน์ของเหรียญ BUSD

เหรียญ BUSD นั้นถูกออกแบบมาเพื่อให้มีมูลค่าคงที่เทียบเท่ากับ 1 US Dollars เสมอๆ ซึ่งแท้จริงแล้วหากมาดูประโยชน์หลักๆ มันเอาไว้ใช้เพื่อเหตุผลต่างๆ ดังนี้

1.ผู้ใช้สามารถโอน BUSD ได้อย่างรวดเร็ว ด้วยต้นทุนที่ต่ำบน Binance Smart Chain
2.ผู้ใช้สามารถซื้อขาย BUSD ในการแลกเปลี่ยนต่างๆ และ DEX
3.ผู้ใช้สามารถฝาก BUSD เพื่อรับอัตราดอกเบี้ย
4.ผู้ใช้สามารถจ่าย BUSD เป็นค่าสินค้าและบริการ
5.ผู้ใช้สามารถใช้ BUSD เป็นหลักประกันและสินทรัพย์เงินกู้
6.ผู้ใช้สามารถใช้ BUSD เป็นหลักประกันข้ามในฟิวเจอร์ส
7.ผู้ใช้สามารถจัดเก็บ BUSD ในการแลกเปลี่ยนหรือในกระเป๋าเงิน

BUSD ต่างกับ BNB อย่างสิ้นเชิง

ก่อนอื่นต้องบอกเลยว่า Binance นั้นได้มีการออกเหรียญ Governance Token ของตัวเองออกมาชื่อว่า Binance Coin (BNB) เป็นเหรียญที่ถูกสร้างและพัฒนาเพื่อเพิ่มสภาพคล่องของกระดานเทรด Binance ที่สร้างโดยนาย Changpeng Zhao ในปี 2017 ปัจจุบันเป็นกระดานเทรดอันดับ 1 ของโลก 

โดยหลักแล้วเหรียญ BNB ถูกใช้เพื่อประโยชน์ต่างๆ ดังนี้

Fee Discounts

Fee Discount (ส่วนลดค่าธรรมเนียม) นับว่าเป็นกลยุทธ์หลักของหลายๆเว็บเทรดเลยก็ว่าได้ เนื่องจากปัญหาของการเทรดนั้นมีต้นทุนมาจากค่าธรรมเนียม ซึ่งหลายๆเว็บเทรดก็เอากลยุทธ์นี้ให้ลูกค้าซื้อเหรียญของเว็บเทรด (Governance Token) เพื่อนำมาเป็นส่วนลดค่าธรรมเนียมในการเทรด

Enhanced Liquidity

Enhanced liquidity เป็นกลไกที่เอาไว้ใช้เสริมสภาพคล่องซึ่งเป็นกลยุทธ์สำคัญของเว็บเทรดเพื่อให้พวกเขาสามารถจัดการสินทรัพย์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตัวอย่างเช่นการทำ Spot Token Trading Pair โดยใช้เหรียญ Exchange เป็นตัวผูกกับเหรียญยอดนิยมที่เป็ฯกระแสตัวอื่นให้ผู้ใช้งานที่ถือครอง Exchange Token เทรดได้

Voting and Management

Voting and management เป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์ที่สำคัญ โดยคนที่ถือเหรียญ Exchange Token จำนวนที่มากพอ จะสามารถกำหนดทิศทางต่างๆในอนาคตของเว็บเทรดนั้นๆได้ด้วย ว่าต้องการให้ไปในทิศทางไหน

และนี้คือประโยชน์หลักของเหรียญ BNB ที่มีความแตกต่างจาก BUSD โดยสิ้นเชิงเรามาดูกันต่อดีกว่าว่า Binance นั้นหารายได้อย่างไร และจะส่งผลต่อความน่าเชื่อถือของ BUSD เพียงใด

 

Binance มีรายได้หลายช่องทาง

อีกหนึ่งประเด็นที่ผู้เขียนได้กล่าวไว้ข้างต้น และก็คิดว่าเป็นประเด็นที่หลายๆ คนอาจจะสงสัยกันอยู่แล้วว่า binance เว็บเทรดอันดับหนึ่งของโลกในปัจจุบันนั้นมีช่องรายรายได้อะไรบ้าง ซึ่งทางผู้เขียนได้รวบรวมและสรุปไว้เป็นหัวเรื่องๆหลักๆ 7 อย่างดังนี้

Trading Fees

การซื้อขาย Cryptocurrencies บน Binance นั้นมีใช้จ่ายเสมอ โดย Binance เรียกเก็บค่าธรรมเนียมต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์การซื้อขายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นผลิตภัณฑ์ด้าน Spot Tradeing Future Trading, Margin Trading เป็นต้น

ตัวอย่างการเก็บค่าธรรมเนียม เมื่อใดก็ตามที่ผู้ใช้ซื้อหรือขายสินทรัพย์ดิจิทัลโดยเฉพาะ โดยทั่วไป การซื้อขายบน Binance จะมีค่าธรรมเนียม 0.1 เปอร์เซ็นต์จากจำนวนสินทรัพย์ที่ได้ทำเนินการแลกเปลี่ยนไป ทั้งนี้ผู้ที่ถือเหรียญ BNB ยังสามารถใช้เพื่อลดค่าธรรมเนียมเหล่านั้นได้อีกด้วย

และอีกตัวอย่างที่สร้างรายได้ให้กับ Binance จาก Trading Fee นั้นก็คือการซื้อขายมาร์จิ้นและฟิวเจอร์ส ด้วยลักษณะความเสี่ยงว่าผู้ค้าไม่ได้ถือสินทรัพย์ใดๆ อ้างอิงมีเพียงแค่สัญญาเท่านั้น วิธีนี้เลยเป็นวิธีการซื้อขายที่โดนเก็บค่าธรรมเนียมสูงขึ้นกว่า Spot Trading เป็นอย่างมาก โดยค่าธรรมเนียมมาร์จิ้นสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ link ในขณะที่ค่าธรรมเนียมการซื้อขาย Future อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ link 

Broker Program

ปัจจุบัน Binance ทำงานร่วมกับพันธมิตรมากกว่า 570 รายใน 30 ประเทศ ซึ่งการดำเนินการของ Binance นั้นมุ่งเน้นไปที่การหาลูกค้าใหม่และเพิ่มสินทรัพย์เพื่อใช้ดำเนินการด้านสภาพคล่องให้กับตัวระบบของ Binance เอง

ทั้งนี้ Binance ยังได้ทำงานร่วมกับโบรกเกอร์ crypto ชั้นนำของโลกเพื่อเสนอการจัดการบัญชี บริการจับคู่คำสั่งซื้อ API และ Widget Broker ที่ให้คำปรึกษาด้านการตลาดส่วนบุคคล และระบบการชำระเงินซึ่งอนาคตจะเป็นเหมือนนายหน้าให้กับธุรกิจของ Binance ด้วยเหตุนี้เองทำให้ Binance ต้องคัดสรรค์นายหน้า (Broker) ที่จะมาเข้าร่วมหุ้นส่วนโดยต้องมีผู้ใช้อย่างน้อยไม่ต่ำกว่า 20,000 คน และสร้างอย่างน้อย 1,000 BTC ในปริมาณการซื้อขายรายเดือนถึงจะเข้าร่วม Broker Program ของ Binance ได้ และนอกจากนี้ยังมีเงื่อนไขอย่าง ผู้ที่จะเข้าร่วม Broker Program นั้นจะต้องมีอย่างน้อย 3,000 BNB ที่ถูกล็อคในบัญชี Binance ของพวกเขาอีกด้วย สามารถไปอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Binance Broker Program

Cloud

Binance สร้างรายได้จากผลิตภัณฑ์คลาวด์ ที่ช่วยให้ธุรกิจอื่นๆ สามารถเปิดการแลกเปลี่ยนสินทรัพย์ดิจิทัลได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งหน้าที่หลักๆ ของ Binance Cloud จะเอาไว้ใช้ดำเนินการธุรกิจเกี่ยวกับเหรียญสกุลเงินดิจิตอล สามารถไปศึกษาอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ cloud.binance

Interest On Loans

ปัจจุบัน Binance ได้มีการบริการไว้สำหรับผู้ที่ต้องการจะฝากสินทรัพย์ประเภทเงินดิจิตอล โดยมีบริการอย่าง Savings, BNB Vault, Launchpool หรือ Locked Stacking ซึ่งถือว่าเป็นอีกทางเลือกหนึ่ง ของผู้ใช้ที่สามารถได้รับดอกเบี้ยจากสินทรัพย์ crypto ของพวกเขา (ผ่าน Binance Earn) 

ซึ่ง Binance จะบริหารสินทรัพย์เหล่านั้นโดยเปิดให้ยืมเงินกับผู้ใช้รายอื่นที่กำลังมองหาเงินกู้หรือแม้แต่สถาบันที่ต้องการสภาพคล่องโดยให้ผู้กู้เหล่านี้จะจ่ายดอกเบี้ยสำหรับเงินกู้ที่กู้ไป ซึ่งทาง Binance จะเป็นตัวกลางในการเก็บส่วนต่างเป็นกำไรโดยแนวคิดของการยืมและให้ยืม crypto นั้นเป็นผู้บุกเบิกโดย BlockFi เป็นที่แรกๆ

Interchange Fees

ในเดือนกรกฎาคม 2020 Binance ได้เปิดตัวบัตรเดบิตร่วมกับ Visa ในการใช้บัตร ลูกค้าโอนเงินจาก crypto ของพวกเขาไปยัง spot wallet บัตรนี้สามารถใช้ได้โดยผู้ค้ากว่า 60 ล้านคนทั่วโลก เมื่อใดก็ตามที่มีผู้ใช้ชำระเงินด้วยบัตรเดบิต จะมีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมการแลกเปลี่ยนที่เรียกว่า “Interchange Fees” สามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Binance Visa

Mining Pool

Binance เปิดตัวยริการการขุดสองแห่ง คือ Bitcoin และ Ether บริการนี้ได้รับการขนานนามว่า Smart Pool ช่วยให้นักขุดได้รับผลกำไรจากการขุดนี้ด้วย โดยSmart Pool ใช้ฟังก์ชัน SHA256 ซึ่งเป็นอัลกอริธึมที่ใช้ตรวจสอบความถูกต้องของธุรกรรมภายในบล็อกเชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ในการเข้าร่วมกลุ่มการขุดของ Binance ผู้ใช้จะต้องจ่ายค่าธรรมเนียม Pool 2.5 เปอร์เซ็นต์สำหรับ Bitcoin และค่าธรรมเนียม 0.5 เปอร์เซ็นต์สำหรับ Ether สามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Pool Binance

Investing

Binance เริ่มลงทุนในโครงการ crypto และ DeFi อื่น ๆ ตั้งแต่ต้นปี 2018 ซึ่งบริษัทได้ดำเนินการระดมทุนหลายรอบ แต่การลงทุนส่วนมากไม่ได้รับการเปิดเผยเท่าไหร่

ตามที่กล่าวข้างต้นเป็นวิธีการทำกำไรจากการบริการของ Binance ซึ่งส่งผลให้ BUSD นั้นน่าเชื่อถือเป็นอย่างมากเพราะบริษัท Binance นั้นมีรายได้เกิดขึ้นจากการบริการด้วย และเนื้อหาต่อไปเราจะพามาดูกันว่าหลังจากได้รับ BUSD มาแล้วเราสามารถเก็บรักษา BUSD ไว้ได้อย่างไรบ้าง

การเก็บรักษา BUSD

ปัจจุบันการเก็บรักษา BUSD นั้นจะทำเหมือนๆกับเหรียญอื่นๆ และด้วยจุดเด่นที่ BUSD นั้นถูกพัฒนาอยู่ใน Ethereum Blockchain ซึ่งเป็นหนึ่งในเหรียญ ERC-20 ทำให้มันถูกเชื่อมจ่อได้กับ Wallet ที่เป็นที่นิยมในปัจจุบันได้ด้วย โดยทางผู้เขียนได้สรุปไว้ 3 ที่หลักๆ ที่สามารถนำเหรียญ BUSD ไปเก็บไว้ได้ รายละเอียดดังนี้

1.Exchange Wallet

สำหรับ Exchange Wallet นั้นเป็นกระเป๋าเงินที่อยู่ในเว็บเทรดนั้นๆเลย ซึ่งจะมีข้อดีตรงในเรื่องของการรักษาความปลอดภัยที่ถูกดำเนินการโดยใช้มาตราฐานเดียวกับเว็ฐเดทรดในการรักษาทรัพย์สินที่ผู้ใช้บริการนั้นฝากไว้ โดยในปัจจุบันเว็บเทรดหลักๆอย่าง Binance หรือ FTX ก็สามารถเก็บเหรียญ BUSD ได้

2.Software Wallet

Software Wallet เป็นกระเป๋าเงินที่ทำงานผ่านอินเตอร์เน็ต ผู้ใช้งานต้องทำงาน Log In ผ่านคอมพิวพ์เตอร์ซึ่งปัจจุบันกระเป๋าที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากได้แก่ Meta Mask หรือจะเป็นกระเป๋าของ Binance เองก็มีบริการเช่นกัน โดยใช้ชื่อว่า Binance Wallet

3.Hardware Wallet

Hardware Wallet เป็นกระเป๋าเงินที่ไม่ได้เชื่อมต่อกับอินเตอร์เน็ตโดยมันถูกออกแบบมาเพื่อเพิ่มความปลอดภัยในการเก็บรักษาสินทรัพย์สำหรับผู้ที่จริงจังเป็นอย่างมากนั้นเอง โดยทั่วไปแล้ว Hardware Wallet จะมีลักษณะคล้ายกับ USB Drive ในอดีตโดยในปัจจุบันสำหรับตัว Hardware Wallet ที่ถูกพูดถึงกันบ่อยๆก็หนีไม่พ้นเจ้าตัว Ledger Nano S ที่เปรียบเสมือน Hardware Wallet สำหรับผู้เริ่มต้นในการเก็บรักษาสินทรัพย์ประเภทนี้



Founders

นาย Changpeng Zhao (ซื่อภาษาจีน : 赵长鹏 อ่านว่า จ้าว – ฉาง – เผิง)ปัจจุบันเป็น CEO ของเว็บเทรดชื่อดังอย่าง Binance โดยก่อนหน้านี้ในปี 2017 เขาได้ออกจาก OKCoin เพื่อเริ่มต้นก่อตั้ง Binance กระดานเทรดคริปโตฯ เขาเปิดตัว บริษัท ในเดือนกรกฎาคม 2017 มีการออก ICO เพื่อระดมทุน โดยการออกเหรียญ binance coin หลังจากการระดมทุนได้ 15 ล้านดอลลาร์ ต่อมาในเวลาไม่ถึง 8 เดือน CZ ได้ขยาย Binance ไปสู่การเป็นกระดานเทรดคริปโตฯ ที่ใหญ่ที่สุดในโลก (คิดตามปริมาณการซื้อขาย)


FORBES LISTS


#1664

Billionaires 2021

#5

Crypto Rich List 2021

#216

China Rich List 2018Dropped off in 2019

LinkedIn

Roadmap

September 2019 - Launched Binance USD (BUSD)

Tokenomics

ผู้ใช้งานสามารถใช้ BUSD ทำธุรกรรมผ่านบล็อกเชน Ethereum ซึ่ง BUSD นั้นก็ทำงานอยู่บน ERC-20 เหมือนกับเหรียญอื่นๆ ที่อยู่บน Etheruem Blockchain ซึ่งการสร้าง BUSD ขึ้นมานั้น ผู้ใช้ต้องนำเงิน Fait ไปแลกในระบบ ซึ่งถูกจัดการและควบคุมโดย Paxos ซึ่งจะเป็นเหมือนตัวกลางในการตรวจสอบทรัพย์สินเงินที่นำมาค้ำและสร้างเป็น BUSD ขึ้นมานั้นเอง

BUSD ทำงานอยู่บนบล็อคเชนสาธารณะทำให้เกิดการตรวจสอบที่มาที่ไปของเงินได้ และการแลกเปลี่ยนโดยใช้ BUSD เป็นทางเลือกหนึ่งที่มีความปลอดภัยในการเทรดในตลาดเหรียญดิจิตอลที่ค่อนข้างผันผวนอย่างรวดเร็ว 



ปัจจุบันเหรียญ BUSD ถูกสร้างขึ้นมาแล้วทั้งหมด 13,182 ล้านเหรียญ หรือราวๆ 435,006 ล้านบาท โดย Token Monic ของ BUSD นั้นไม่มีการจำกัดจำนวน BUSD ที่แน่นอน นั้นหมายความว่า Paxos สามารถสร้างได้ BUSD ได้เรื่อยๆ โดยมีเงื่อนไขว่าเมื่อมีการฝากเงินดอลลาร์เท่านั้น BUSD จะมีค่าก็ต่อเมื่อมีดอลลาร์ถูกค้ำเอาไว้ และเมื่อแลก BUSD เป็นเงินสด ตัวเหรียญ BUSD จะถูกทำลายทันที จึงทำให้ BUSD ค่อนข้างทรงตัว เนื่องจากจำนวน BUSD ที่หมุนเวียนจะตรงกับจำนวนดอลลาร์สำรองเสมอ


Partnerships

Paxos

Paxos เป็นแพลตฟอร์มการสร้างโครงสร้างพื้นฐานบล็อกเชน โดยความหน้าสนใจของตัวบริษัทนี้คือมี PayPal เป็นผู้ร่วมลงทุนในโปรเจคด้วย


Summary

สำหรับเหรียญ BUSD นั้นมีความน่าสนใจเป็นอย่างมาก โดยมีผู้หนุนหลังหลังจาก Binance ที่เป็นเสมือนมหาอำนาจบนโลกการเงินดิจิตอลที่คอยหนุนหลังเหรียญ Stable Coin อย่าง BUSD แล้ว ก็นับได้ว่าเป็นอีกหนึ่งเหรียญ Stable Coin ที่ต้องจับตามองเป็นอย่างมากในอนาคต ซึ่งเหรียญดังกล่าวนั้นถูกใช้งานอย่างแพร่หลายและยังมีแนวโน้มจากสถาบันการเงินที่อาจจะมีการตกลงเปิดบริการใหม่ๆ ให้สอดคล้องกับวิถีของสมัยใหม่ที่เงินนั้นถูกเปลียนรูปแบบให้มาอยู่ใน Blockchain เป็น Stable Coin ที่เอาไว้ใช้งานในปัจจุบันนั้นเอง หวังว่าผู้อ่านจะชอบเรื่องราวของเหรียญ BUSD และเข้าใจมันมากขึ้นกันนะครับ


Source :

https://productmint.com/binance-business-model-how-does-binance-make-money/

https://messari.io/asset/binance-usd/profile/token-usage

https://www.crunchbase.com/organization/binance


เหรียญอื่นๆที่น่าสนใจ